AI ผู้ช่วยคนใหม่ของนักบัญชี (AI The New Assistant for Accountants)

Student blog — 14/12/2025

AI UTCC
AI ผู้ช่วยคนใหม่ของนักบัญชี (AI The New Assistant for Accountants)
ในยุคดิจิทัลที่ธุรกิจต้องการความรวดเร็ว ความแม่นยำ และการตัดสินใจที่มีข้อมูลรองรับ งานบัญชีไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกตัวเลขอีกต่อไป แต่ต้องมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่เข้ามามีบทบาทในปัจจุบัน จึงกลายเป็นผู้ช่วยคนใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของนักบัญชีอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาระงานซ้ำซาก แต่ยังเพิ่มคุณค่าให้กับบทบาทของนักบัญชีในองค์กร และเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับบทบาทของนักบัญชีจากงานซ้ำซากไปสู่การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บทความนี้จะอธิบายบทบาทของ AI ในงานบัญชี พร้อมตัวอย่าง และแนวโน้มในอนาคต

1. ทำงานซ้ำซากให้เป็นอัตโนมัติ (Automating Repetitive Tasks)
งานบัญชีต้องจัดการข้อมูลจำนวนมากจากใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และเอกสารทางการเงิน ซึ่งเดิมต้องใช้เวลามากในการป้อนข้อมูลด้วยมือ ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความถูกต้องของงบการเงิน AI เข้ามาช่วยทำให้ขั้นตอนนี้เป็นอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) ที่สามารถแปลงเอกสารกระดาษเป็นข้อมูลดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อดึงข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีโดยไม่ต้องคีย์เอง เช่น การใช้ภาพถ่ายใบเสร็จแล้วให้ระบบดึงข้อมูลเข้าสู่บัญชีทันที ลดเวลาการทำงานจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที
2. ตรวจสอบความถูกต้องและป้องกันการทุจริต (Ensuring Accuracy and Fraud Detection)
2. ตรวจสอบความถูกต้องและป้องกันการทุจริต (Ensuring Accuracy and Fraud Detection)
ความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจ AI ใช้ Machine Learning วิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมเพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น ยอดที่ไม่ตรงกันหรือการโอนเงินที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติ เมื่อพบความเสี่ยง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนแบบเรียลไทม์ เช่น ธนาคารและบริษัทตรวจสอบบัญชีมีการใช้ AI เพื่อตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติ เช่น การโอนเงินจำนวนมากในเวลาที่ไม่ปกติ ทำให้สามารถป้องกันการทุจริตได้ก่อนเกิดความเสียหาย บริษัทหลายแห่งใช้ระบบ AI เพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายและลดความเสี่ยงจากการทุจริตภายในองค์กร

3. วิเคราะห์เชิงลึกและคาดการณ์อนาคต (Advanced Analytics and Forecasting)
วิเคราะห์เชิงลึกและคาดการณ์อนาคต (Advanced Analytics and Forecasting)
นักบัญชีในยุคใหม่ต้องมีบทบาทในการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ AI ช่วยเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์เชิงลึกและการคาดการณ์อนาคต ด้วยเทคนิค Predictive Analytics นักบัญชีสามารถใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อคาดการณ์กระแสเงินสด รายได้ และค่าใช้จ่ายในอนาคต รวมถึงการจำลองสถานการณ์ทางการเงินเพื่อช่วยในการตัดสินใจ เช่น การสร้างโมเดลคาดการณ์ยอดขายและค่าใช้จ่ายในอีก 6 เดือนข้างหน้า ทำให้ผู้บริหารวางแผนงบประมาณได้แม่นยำขึ้น การใช้ AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มยอดขายตามฤดูกาลและปรับกลยุทธ์การจัดซื้อสินค้าให้เหมาะสมเพื่อลดต้นทุน

4. สร้างรายงานอัตโนมัติและ Dashboard แบบเรียลไทม์ (Automated Reporting and Real-Time Dashboards)
การจัดทำรายงานทางการเงินเป็นงานที่ใช้เวลามาก AI ทำให้ขั้นตอนนี้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบสามารถสร้างรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์และแสดงข้อมูลผ่าน Dashboard หรือหน้าการแสดงผลที่อัปเดตทันที ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยเพื่อใช้ในการตัดสินใจ เช่น

โปรแกรมอย่าง Power BI หรือ Tableau ที่เชื่อมต่อกับระบบบัญชี สามารถสร้าง Dashboard ที่แสดงยอดขาย กำไร และกระแสเงินสดแบบเรียลไทม์ ลดเวลาการทำรายงานจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที บริษัทโลจิสติกส์ใช้ Dashboard ที่เชื่อมกับ AI เพื่อแสดงต้นทุนการขนส่งและรายได้แบบเรียลไทม์

วิเคราะห์เชิงลึกและคาดการณ์อนาคต (Advanced Analytics and Forecasting)
5. บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Chatbot (Customer Service with AI Chatbots)
AI ยังช่วยในงานบริการลูกค้า ทำให้การตอบคำถามและการให้ข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ Chatbot ตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับสถานะการชำระเงินหรือข้อมูลบัญชี เช่น การใช้ Zoho Books สามารถตอบคำถามลูกค้าเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้หรือสถานะการชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบ ธุรกิจ SMEs ที่ใช้ระบบบัญชีออนไลน์มีการใช้ Chatbot เพื่อลดภาระงานของฝ่ายบัญชีและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
AI ยังช่วยในงานบริการลูกค้า ทำให้การตอบคำถามและการให้ข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ Chatbot ตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับสถานะการชำระเงินหรือข้อมูลบัญชี เช่น การใช้ Zoho Books สามารถตอบคำถามลูกค้าเกี่ยวกับใบแจ้งหนี้หรือสถานะการชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบ ธุรกิจ SMEs ที่ใช้ระบบบัญชีออนไลน์มีการใช้ Chatbot เพื่อลดภาระงานของฝ่ายบัญชีและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

แนวโน้มอนาคตของอาชีพบัญชี (Future Trends in Accounting)
ในอนาคต AI จะผสานกับเทคโนโลยีอื่น เช่น Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และ Robotic Process Automation (RPA) เพื่อทำงานซ้ำซากในกระบวนการบัญชีอย่างเต็มรูปแบบ นักบัญชีต้องพัฒนาทักษะใหม่ เช่น การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ และความเข้าใจด้านความความปลอดภัยไซเบอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้มาแทนที่นักบัญชี แต่เป็นผู้ช่วยคนใหม่ที่ทำให้งานบัญชีมีความแม่นยำ รวดเร็ว และมีคุณค่าเชิงกลยุทธ์มากขึ้น นักบัญชีที่ปรับตัวและเรียนรู้เทคโนโลยีจะมีความได้เปรียบในตลาดแรงงานยุคใหม่ และหากสนใจเป็นนักบัญชีมาเริ่มต้นได้ที่ คณะบัญชีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย AI First University ที่พร้อมสร้างคุณให้เป็นนักบัญชีแห่งอนาคต

เขียนโดย ผู้ช่วยศาตราจารย์วิสัน คล่องชุติโสภณ

แชร์บทความนี้